array localeconv ( )
ร้องขอข้อมูลค่า locale ในปัจจุบันในรูปแบบ array. ซึ่งข้อมูล local อาจจะถูกกำหนดในขณะนั้นด้วยฟังชั่น setlocale(). ข้อมูลที่ส่งกลับจะมีค่าที่ส่งกลับดังนี้
string ltrim ( string str [, string charlist] )
ลบช่องว่างหรือตัวอักษรจากจุดเริ่มต้นทางซ้ายของข้อความ
int levenshtein ( string str1, array str2 [, int cost_ins, int cost_rep, int cost_del] )
หาค่าผลต่างของข้อความสองข้อความโดยใช้สมการผลต่างของ Levenshtein.
ค่าผลต่างของ Levenshtein คือตัวเลขที่ได้เปรียบเทียบการ แทนที่ ใส่เพิ่ม หรือลบทิ้งของตัวอักษรซึ่งได้เปรี่ยนค่าจากตัวแปร str1 ให้กลายเป็นค่าตัวแปร str2
string join ( string glue, array pieces )
รวมค่าที่อยู่ใน array ให้ออกมาเป็นข้อความ.
เหมือนกันกับฟังชั่น implode ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในบทความฟังชั่น implode() แตกต่างตรงที่ฟังชั่น join ไม่ต้องเรียงลำดับในค่าตัวแปรใส่ตัวใดก่อนหลังก็ได้
string implode ( string glue, array pieces )
รวมค่าที่อยู่ใน array ให้ออกมาเป็นข้อความ.
string htmlspecialchars ( string string [, int quote_style [, string charset [, bool double_encode ]]] )
เปลี่ยนตัวอักษรพิเศษให้อยู่ในรูปแบบ HTML. ฟังชั่นนี้ทำงานตรงกันข้ามกับฟังชั่น htmlspecialchars_decode()
string htmlspecialchars_decode ( string string [, int quote_style ] )
เปลี่ยนข้อความจากรูปแบบ HTML บางส่วนให้กลับเป็นข้อความธรรมดา. ฟังชั่นนี้ทำงานตรงกันข้ามกับฟังชั่น htmlspecialchars()
string htmlentities ( string string [, int quote_style [, string charset [, bool double_encode]]] )
เปลี่ยนข้อความให้เป็นข้อความรูปแบบ HTML. ถ้าต้องการเปลี่ยนข้อความที่ถูกเปลี่ยนจากฟังชั่นนี้ให้กลับเป็นเหมือนเดิมให้ใช้ฟังชั่น html_entity_decode(). ฟังชั่นนี้ทำงานคล้ายฟังชั่น htmlspecialchars() ยกเว้น ฟังชั่น htmlentities สามารถยกเว้นการแปลงค่าข้อความในส่วนที่เป็นข้อความในรูปแบบ HTML อยู่แล้วได้
string html_entity_decode ( string string [, int quote_style [, string charset]] )
เปลี่ยนข้อความจากรูปแบบ HTML ไปเป็นตัวอักษรที่สามารถนำไปใช้ได้. ฟังชั่นนี้ทำงานตรงกันข้ามกับฟังชั่น htmlentities() ค่าตัวเลือกตัวที่ 2 คือค่าตัวแปร quote_style ซึ่งอนุญาติให้คุณกำหนดการทำงานของฟังชั่นถ้าตรวจเจอเครื่องหมาย single quotes (‘) และ double quotes (") จากค่าตัวแปร string โดยมีค่าให้เลือกใช้ได้ 3 ค่าโดยปกติค่าเริ่มต้นจะเป็น ENT_COMPAT
ENT_COMPAT จะเปลี่ยนเครื่องหมาย double quotes (") แต่ไม่เปลี่ยนเครื่องหมาย single ...
string hebrevc ( string hebrew_text [, int max_chars_per_line] )
เปลี่ยนข้อความในรูปแบบ logical hebrew ให้กลายเป็นข้อความที่มองเห็นได้พร้อมทั้งเปลี่ยนรูปแบบการขึ้นบรรทัดใหม่. สำหรับตัวเลือกค่าตัวแปร max_chars_per_line จะเป็นการบ่งบอกว่าค่าตัวเลขที่มากที่สุดของตัวอักษรต่อหนึ่งแถวซึ่งจะถูกส่งกลับมา. ฟังชั่นนี้เหมือนฟังชั่น hebrev() แตกต่างตรงที่มันจะเปลี่ยนการขึ้นบรรทัดใหม่จาก "\n" ให้กลายเป็น "<br>\n"